Category Archives: mur mur – บ่นงึมงัม –

อีบีซ่า

beerca.jpg

อีบีซ่า – ไม่ใช่ชื้อที่เรียกเพี้ยนมาจากเกาะ Ibiza ที่สเปน
แต่เป็นชื่อของเพื่อนสาวจากฮ่องกง ผู้สับสนเรื่องเวลา
มันบอกว่าจะมาถึงพฤหัสฯ ที่ 23 สิงหา เวลาตี 1 สี่สิบ ให้เราไปรับที่สุวรรณภูมิ
พอดีคืนวันพุธดันมีนัดปาร์ตี้สำคัญ ไอ้เราก็เลยเมาแบบยั้งๆ(ออกแนวยั้งไม่อยู่) จนถึงตี 1
ก็ซ้อนพี่วินมอฯ ไปต่อเท็กซี่…
เป็นการนั่งรถที่ทรมาณที่สุด
มวนท้อง ปวดหััว ลามลงมาปวดใจ!
ไปถึงก็เดินตุปัดเป๋ตามหามัน
เดินผ่านบางคนนั่งสัปปะหงกอยู่ก็ต้องไปมองส่องใกล้ๆ เหมือนคนบ้า
เพราะสภาพตอนนั้น หน้ายับ ผมยุ่ง เคล้ากลิ่นบุหรี่และสุรา เดินกะเผลกเพราะเจ็บเท้าเนื่องจากด๊านซ์เพลิน
ไปเจอบางคนนอนหลับเอาหนังสือปิดหน้า ลองไปเขี่ยๆ ดูแล้วก็ไม่ใช่
เดินจนเท้าถลอก ก็เลยนั่งรอมัน ยันตี 4 ก็กลับ
ส่งเมล์ไปด่ามันว่า “หล่อนสับสนเรื่องเวลา ชิมะ!”
“ชิจ้ะ แอมโซซอหรี ฮี่ๆ คุริๆ”
“จริงแล้ว หล่อนมาถึงพรุ่งนี้ตี 1 สี่สิบ ชิมะ!”
“ชิจ้ะ”

เรื่องของเรื่องคือหล่อนเองสับสนในความหมายของเวลาที่เลยเที่ยงคืน
เราเองก็เป็น ประมาณว่า คุยกับเพื่อนตอนเย็นว่าจะนัดเจอกันตอนตี1
ก็จะนัดว่า “โอเค เดี๋ยวเจอกัน คืนนี้ ตี1 หน้าร้านลาบ”
ซึ่งมันผิด เพราะตี1 คือ พรุ่งนี้แล้ว

ครั้งนี้เลยเป็นประสบการณ์ใหม่ ไปสุวรรณภูมิ 2 วันติด
หมดค่ารถไปพันกว่าบาท
เพิ่มตังค์อีกนิดนึงซื้อตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ได้เลย…

Advertisements

kissing

kissing
หนึ่งคืน
สองคน หนึ่งจูบ
หนึ่งคน หนึ่งดูด
จูบจูบ ดูดดูด
สองคน เมารัก
หนึ่งคน เมาเหลัา

ตะวันตก

ตะวันตก1

ก็แค่วันที่พระอาทิตย์ตกได้สวยวันนึง
และก็เหมือนทุกทีที่อยากให้ใครมายืนข้างๆ มองดูภาพเดียวกัน
เหลือบไปเห็นลุงตู้โทรศัพท์โทรมๆ ยืนเหงาอยู่
เข้าไปคุยกับใครสักคนผ่านแกดีกว่า
เอาน่า ไม่ได้เห็นภาพเดียวกัน แต่เรามันเก่งเรื่องพรรณนาอยู่แล้ว
อาจจะทำให้เขารับสัมผัสเดียวกันกับเราได้

“ฮัลโหล ครับ ฮัลโหล?” เขา
“ฮัลโหลๆ เราเอง” เรา
“อ้าว ว่าไง เป็นยังไงบ้าง?” เรา
“พระอาทิตย์กำลังตก และก็คิดถึง..” เรา
“…เธอนี่ ไม่เปลี่ยนเลยนะ” เขา
“แหะ แหะ แหะ” เรา
“……………
…………..
…………..” ทั้งคู่

“ทำไมไม่พูดอะไรบ้าง อุตส่าห์โทรมาตั้งไกล” เขา
“ก..ก็ คิดถึง ไง” เรา
“แล้ว?” เขา
“พระอาทิตย์กำลังตก” เรา
“….” ทั้งคู่

“ก็แค่อยากได้ยินคำว่า “คิดถึงเหมือนกัน” แค่นั้นเอง” เรา…พูดคนเดียว

ตะวันตก2

ไม่รู้เป็นบ้าอะไร ทำไมวะ แค่มองพระอาทิตย์ตกสวยๆ ลงบนทะเล มันไม่ได้ตกบนศีรษะเราสักหน่อย แต่ทำไมมันเจ็บจังวะ
กะอีแค่เหลือบไปเห็นตู้โทรศัพท์เก่าๆ ยืนเอียงใกล้พัง แต่ยังมีแรงกวักเราเข้าไปใช้บริการ
และคนเป็นล้านแปดที่รู้ว่าโทรไปแล้วคงได้หัวเราะ ได้ยิ้ม ได้มีการขับเคลื่อนของเนื้อหาที่พูดคุย
ไม่ใช่แค่ “คิดถึง กับ พระอาทิตย์กำลังตก”
ทำไมต้องเลือกเขา?
แต่คำถามมันจะสำคัญอะไรเท่ากับคำตอบที่ว่า เขาไม่เลือกเราแล้วนี่สิ..

ตะวันตก 3

แสงสีทองจากทะเลสะท้อนจับตา…..แสบจัง
จนน้ำตาไหล

ปล.อุทิศให้แก่ 1+7+2 ปี และปีล่าสุดของคุณแฟนเก่าที่มีแฟนใหม่แล้ว

จูบลาที่เปลือกตาบางกอก

30 กันยายน 2005
คืนวันที่ฉันเมียงมองกรุุงเทพฯ ด้วยมุมเดียวกันกับนกยักษ์ ฉันเห็นเหมือนกรุงเทพฯ ยิ้มระยิบขยิบตาด้วยแสงไฟล้านดวงให้ฉัน ที่ค่อยๆห่างออกไป-ออกไป เหมือนจะบอกว่าดัดจริตจริงนะเอ็ง!
ถึงแม้ว่าครั้งนี้คือการเดินทางไกลและยาวนานที่สุด แต่ความรู้สึกที่เขาว่าวูบๆ คิดถึงบ้านจะขาดใจตายนั้นกลับไม่เคยเกิดขึ้นเลยกับฉัน ไม่มีแม้แต่ความคิดในใจที่ว่า “อยากกลับเมืองไทยจัง” อาจเป็นเพราะฉันเป็นคน-กิน-อยู่-นอนง่าย แต่ลืมยาก…
มันก็เลยมีแต่ความรู้สึกที่ว่า “คิดถึงใคร” มากกว่า “คิดถึงเมืองไทย”

Blue white red

1 ตุลาคม 2005
เช้าวันฟ้าเปิดที่ปารีส
ด้วยสัมภาระของทั้งหมดเกือบ 60 กิโล มันทำให้ฉันไม่มีกะใจชมชื่นอะไรมากนัก แต่ก็อดอมยิ้มใหญ่ ไม่ได้เมื่อเพื่อนคนนึงเอ่ยขึ้นมาขณะที่พวกเราอยู่ที่สถานีรถไฟแซงค์ลาซา
“เฮ้ย สถานีรถไฟที่นี่มันเปิดแอร์ด้วยเหรอวะ”
ด้วยอุณหภูมิขณะนั้นราวๆ 16 องศาทำให้มันหลงเชื่อไปว่าอากาศหนาวนี้คือสิ่งที่ปารีเซียงกำหนดขึ้นโดยเครื่องปรับอากาศ!
สำหรับฉันแล้วนี่คือรอยยิ้มแรกของวันนี้
ขอบคุณนะ เพื่อนเต้ย..

dscn0145.jpg

กิจวัตรปารีเซียง

กิจวัตรปารีเซียง 

ภาพ-รส-กลิ่น-เสียง-ความรู้สึก

ถ้าจะเขียนเรื่องย้อนหลังไปเกือบปี…มันจะเก่าไปไหมนะ
เพราะภาพในหัวมันออกจะเลือนลางไปทุกที ที่ยังชัดอยู่ก็แค่ความรู้สึก
ไม่รู้ว่าตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว มนุษย์สามารถจดจำอะไรได้ดีที่สุด
ระหว่าง ภาพ-รส-กลิ่น-เสียง หรือ ความรู้สึก
และสิ่งไหนจะสามารถสะกิดใจได้มากกว่ากัน?
สำหรับมนุษย์อย่างเราแล้ว อันดับ1 คือ “ความรู้สึก” เป็นสิ่งที่จดจำได้ดี(ออกจะดีเกินไป)และสะกิดใจอย่างรุนแรง
อันดับ 2 ยกให้ “ภาพ” และ “กลิ่น” เพราะภาพนั้นจะสะกิดใจได้มากๆ ก็ต่อเมื่อเป็น “ภาพมีกลิ่น” เช่น ภาพของถนนเปื้อนฝนท่ีฝรั่งเศส ในวันที่เราติดฝนอยู่ในร้านกาแฟ เป็นภาพที่เหงาสวย-หอมกลิ่นฝนและกาแฟ
ส่วน “เสียง” มาเป็นอันดับ 3 จะจดจำได้ดีถ้าเสียงนั้นเป็นเหมือน soundtrack ตอนเดินทาง เช่น เพลงของ Julie delpy ใช้เปิดตลอดตอนนั่งรถไฟตะลอนยุโรป
ส่วน “รส” เลือนลางที่สุด หรืออาจจะเป็นเพราะมันมีไม่กี่รสและมันไม่สะกิดใจเท่าไร ต่อให้อร่อยแค่ไหนก็เหอะ

เดี๋ยวจะลองหาข้อมูลเชิงวิทย์มาพูดคุยกัน
จะได้ดูไม่ฟูมฟายเกินไป

le Louvre ok

ภาพ : กาเฟ่(cafe)ร้างคน ที่พิพิธภัณฑ์ le louvre , รส : -, กลิ่น : ครึ้มฝน, เสียง : ซุบซิบและฝีเท้าเบาๆ, ความรู้สึก : อิ่มศิลปะจนสำลัก

สวัสดี

นี่คือการทดลอง